เคล็ดลับกินอาหารให้น้ำหนักลด

ผู้หญิงที่อยากลดน้ำหนัก อยากมีรูปร่างเพรียวสวยหลายคน มักมีปัญหาการลดอยู่ที่ว่าไม่อาจหักห้ามใจในเรื่องอาหารการกินได้ เพราะหลายครั้งการกินอาหารนั้นก็คือหัวใจหลักที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข บางคนต้องอด ต้องงดหรือลดปริมาณลง ต้องหันมากินอาหารที่ตัวเองไม่ค่อยชอบก็ทำให้หงุดหงิด ประสิทธิภาพการลดก็ไม่ดีขึ้น เพราะฉะนั้น วันนี้เรามีเคล็ดลับการกินอาหารให้น้ำหนักลดมาฝากสาวๆ กันแล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ อาจทำให้การกินอาหารเพื่อลดน้ำหนักครั้งนี้เป็นไปอย่างแฮปปี้มากขึ้นแน่นอน

5

เน้นทานผักให้มาก
ผักเป็นสุดยอดอาหารลดน้ำหนักชั้นเยี่ยมที่สาวๆ ควรทานในขณะต้องลดน้ำหนักมากที่สุด เนื่องจากผักชนิดต่างๆ มาพร้อมคุณสมบัติเป็นใยอาหาร ทานแล้วอิ่มท้องง่ายและหนักท้องนานอีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้วห้ามเขี่ยผักออกจากจานอีกเป็นอันขาดเชียวนะคะ

เคี้ยวอาหารให้ช้าลง
ปรับจังหวะการเคี้ยวอาหารแบบเร่งรีบให้กลายมาเป็นจังหวะการเคี้ยวที่ช้าลงและเคี้ยวจนกว่าอาหารในปากแต่ละคำนั้นจะละเอียดละเป็นโจ๊กมากขึ้น โดยอาจจะเคี้ยวคำละ 20-30 ครั้ง/คำก็ได้ค่ะ ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการเคี้ยวแบบนี้ไปสักระยะ คุณจะอิ่มเร็วขึ้นและกระเพาะยังเล็กลงอีกด้วยนะ

เครื่องเทศรสแซ่บช่วยเผาผลาญได้ดี
สาวๆ บางคนไม่ชอบทานอาหารรสจัด แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการกินอาหารรสจัดจ้านนั้นจะช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ดีเยี่ยมมากมายทีเดียว ยิ่งเน้นเครื่องเทศเครื่องปรุงรสเผ็ดๆ มากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นให้การเผาผลาญพลังงานทำงานมากขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

เครื่องดื่มผสมโสมช่วยลดน้ำหนักเร็วขึ้น
ลองหันมาดื่มชาผสมโสมกันบ้างดีไหมหรืออาจจะเลือกดื่มเป็นซุปไก่สกัดที่มีส่วนผสมของโสมก็ช่วยได้ดีเช่นกันค่ะ เนื่องจากโสมนั้น มีการอธิบายสรรพคุณที่น่ารู้จาก จาก Seoul Department of Internal Medicine ว่าจะช่วยทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่กำลังต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนัก หมั่นดื่มเครื่องดื่มที่ผสมโสมเป็นประจำเช้า-เย็น รับรองจะช่วยให้สาวๆ มีรูปร่างที่ผอมเพรียวมากขึ้นแน่นอน แถมยังได้สุขภาพดีมาเป็นของแถมอีกด้วยนะคะ

 

วิธีลดหน้าท้องแบนราบด้วยวิธีธรรมชาติ

การลดหน้าท้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสาวๆ เพราะผู้หญิงเราใส่ใจในเรื่องของการดูแลรูปร่างมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว หากเรามีหน้าท้องแบนราบก็ย่อมทำให้เกิดความมั่นใจเวลาแต่งตัวสวยๆ จริงไหม เอาละ วันนี้หากสาวคนไหนมีปัญหาไขมันสะสมหน้าท้องและต้องการลดหน้าท้องให้แบนราบแล้วล่ะก็ หันมาทางนี้เลยค่ะ เรามีวิธีลดหน้าท้องให้แบนราบมาฝากกันแล้ว

4

สูตรล้างพิษขับไขมันแบบธรรมชาติ
ส่วนผสม โยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ผลและนมสดพร่องมันเนย 1 กล่อง
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกันในแก้วใหญ่ๆ จากนั้นคนจนส่วนผสมเข้ากันดี ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วดื่มให้หมด ตามด้วยดื่มน้ำตามเยอะๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงคุณ เครื่องดื่มนี้จะเข้าไปกระตุ้นระบบการทำงานของลำไส้ มันจะกระตุ้นให้รู้สึกอยากขับถ่ายและขับพิษสะสมต่างๆ อย่างไขมันในร่างกายออกมาให้หมด แนะนำให้ดื่มก่อนมื้ออาหารเช้าพร้อมกับการดื่มน้ำตามมากๆ ดื่มสูตรนี้ทุกวันติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน รับรองหน้าท้องของคุณแบนราบจนสังเกตได้อย่างแน่นอนค่ะ

ออกกำลังกายอยู่เสมอ
หมั่นหาเวลาออกกำลังกายไปพร้อมกัน โดยอาจจะแบ่งช่วงเวลาออกกำลังกายเป็นสัปดาห์ละ 3-5 วันก็ได้ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที เท่านี้ก็จะช่วยให้การลดน้ำหนักและหน้าท้องเป็นไปง่ายขึ้นแล้ว กรณีที่สาวๆ ไม่มีเวลาได้ออกกำลังกาย ขณะที่คุณนั่งทำงานก็สามารถใช้วิธีการแขม่วหน้าท้องเข้าช่วยได้เช่นกันค่ะ และหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ก่อนนอนอาจจะซิทอัพ ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันหน้าท้องไม่แบนราบก็ให้รูไปสิคะ เพราะการออกกำลังการหรือการหมั่นบริหารร่างกายบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานตลอดเวลานั่นเอง ไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องก็ย่อมลดลงได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

ทานอาหารที่เน้นกากใยสูง
เลือกทานอาหารที่เน้นปริมาณไฟเบอร์สูง เช่น เลือกทานผัก ผลไม้มากกว่าการทานแป้ง ไขมันและน้ำตาล พร้อมกับดื่มน้ำมากๆ เท่านี้ก็จะช่วยให้คุณอิ่มท้องง่ายขึ้น กระเพาะอาหารเล็กลงอีกด้วย แน่นอนว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้อย่างสำเร็จสมใจ

สาวๆที่กำลังมองหา ร้านนี้เลยจร้าา www.molykorea.com

Skinfood Watery Berry Cream

ครีมบำรุงผิวหน้าสารสกัดจากผลเบอร์รี่ 3 ชนิดช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
ขนาด 50ml.

Skinfood www.molykorea.com

Save

เลือกดื่มนมอย่างไรให้ได้รูปร่างผอมเพรียว

3

สำหรับสาวๆ เราที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักแบบง่ายๆ คุณทราบไหมว่าการดื่มนมนั้นก็เป็นวิธีที่แสนง่ายมากๆ ว่าแต่จะดื่มอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพทำให้น้ำหนักลดลงโดยเร็ว วันนี้เรามีคำตอบสำหรับการเลือกดื่มนมเพื่อลดน้ำหนักมาฝากกันแล้วค่ะ

แคลเซียมในนมสดช่วยลดน้ำหนักได้
เนื่องจากมีการศึกษาพฤติกรรมในกลุ่มคนอ้วนที่กำลังลดน้ำหนักพบว่ากลุ่มที่ดื่มนมเป็นประจำในปริมาณมากจะสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ค่อยได้ดื่มนมเลยหรือดื่มน้อยกว่า โดยที่ทั้งสองกลุ่มนี้ได้รับปริมาณแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายเท่ากัน เนื่องจากแคลเซียมจากน้ำนมจะเข้าไปขัดขวางกระบวนการสะสมของไขมันหรือการสร้างไขมันทำให้มีการสะสมไขมันในร่างกายลดจำนวนน้อยลง อีกทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างเต็มที่มากขึ้นอีกด้วย เพราะเหตุนี้การดื่มนมจึงสามารถช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้ สำคัญไปกว่านั้นหากเราดื่มนมวันละ 3-4 กล่อง/วัน จะช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลงมากก่าการหันไปกินอาหารเสริมแคลเซียมอื่นๆ อีกด้วย

ดื่มนมเพื่อช่วยให้การไดเอทง่ายขึ้น
สาวๆ คนที่ไหนที่กำลังคิดจะดื่มนมเพื่อลดน้ำหนัก จงให้ความสำคัญกับปริมาณแคลเซียมและโปรตีนในน้ำนมควบคู่กับการเลือกดื่มนมสดพร่องมันเนยหรือแบบไขมันต่ำเท่านั้นนะคะ เพราะมันจะให้พลังงานต่ำ ไม่ว่าจะเป็นพวกนมขาดมันเนย นมพร่องไขมันหรือแม้แต่โยเกิร์ตไขมันต่ำก็ช่วยได้เช่นกัน และควรเลือกทานแบบรสธรรมชาติหรือรสจืดมากกว่ารสอื่นๆ เพราะการปรุงแต่งนั้นมาพร้อมปริมาณน้ำตาลเสมอ แทนที่รูปร่างเราจะลดน้ำหนักได้เร็วอาจกลับกลายจะยิ่งส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทดแทนก็เป็นได้

สาวๆ คนไหนที่คิดจะดื่มนมลดน้ำหนัก วันนี้คุณคิดไม่ผิดแล้วค่ะ แต่อย่าลืมเลือกดื่มให้ถูกต้องในแบบที่เราแนะนำไปนะคะ แล้วคุณจะมีรูปร่างผอมเพรียวสมใจแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

น่ารู้! ระบบเผาผลาญกับการมีหุ่นสวย

เรื่องของระบบเผาผลาญพลังงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้ร่างกายของเราสามารถทำการลดน้ำหนักได้อย่างสำเร็จ ต่อให้เราทานอาหารน้อยๆ แต่หากระบบเผาผลาญทำงานไม่ดี การลดน้ำหนักก็ย่อมเป็นไปช้าลงตามแน่นอน เพราะฉะนั้น หากต้องการให้น้ำหนักลดลงโดยเร็ว เรามาดูกันนะคะว่าควรจัดการกับพฤติกรรมตัวเองอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับการทานอาหารเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมกัน เพื่อการรักษารูปร่างให้ผอมเพรียวจะได้เป็นไปอย่างใจคุณนั่นเอง

ทานอาหารถูกหลักโภชนาการส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น
โดยปกติแล้วภายในร่างกายของคนเราจะทำหน้าที่เก็บรักษาแคลอรี่เอาไว้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่การลดการบริโภคแคลอรี่จะทำให้แคลอรี่ที่มีอยู่ในร่างกายของเราลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานลดลง หากก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น เพราะหากเรามีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างกระฉับกระเฉงอยู่บ่อยๆ และต่อเนื่อง ก็ย่อมส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงไปด้วยอยู่แล้ว อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่ออัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย

ดังนั้น วิธีที่จะช่วยให้คุณผอมลง มีน้ำหนักตัวเหมาะสมมากที่สุดก็คือการหันมาบริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการนั่นเอง โดยเน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น การทานผักผลไม้และดื่มน้ำมากๆ เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยล้างสารพิษสะสมในร่างกาย ทำให้ตัวเบา น้ำหนักลงเร็ว และควรทำควบคู่ไปพร้อมกับการหมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ รับรองได้ว่าร่างกายของคุณจะมีอัตราเผาผลาญแคลอรี่ที่ดีขึ้นและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปปกติแน่นอน

งดมื้อดึกทำให้น้ำหนักลดลงได้
การงดทานอาหารหลังพระอาทิตย์ตกเป็นต้นไปหรือพูดกันง่ายๆ ว่างดมื้อดึกนั่นเอง วิธีนี้จะช่วยส่งผลให้น้ำหนักลดลงได้เร็วเช่นกัน เนื่องจากเป็นการงดจำนวนแคลอรี่ต่อวันนั้นๆ ให้ลดลงไปด้วยนั่นเอง เพราะการทานมื้อดึกส่งผลให้ร่างกายไม่ได้นำอาหารที่ทานเข้าไปมาใช้พลังงานอยู่แล้ว เมื่อทานแล้วนอนเลยจึงทำให้เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่ายๆ นั่นเอง ดังนั้น กำจัดมื้อดึกทิ้งได้ การลดน้ำหนักของคุณก็จะเป็นไปได้ง่ายและสำเร็จมากขึ้นค่ะ

 

 

 

หุ่นสวยด้วยการกระตุ้นระบบเผาผลาญ

การมีรูปร่างสวย หุ่นดีไม่ใช่เรื่องยาก หากสาวๆ หมั่นเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นทานอาหารประเภทแคลอรี่ต่ำและออกกำลังกายอยู่เสมอ วิธีนี้เองค่ะที่ทำให้รูปร่างของคุณเฟิร์ม กระชับได้สัดส่วน ไม่อ้วนขึ้นง่าย และวันนี้เราก็จะมาไขข้อข้องใจให้สาวๆ ที่อยากรู้เรื่องการกระตุ้นระบบเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายเพื่อช่วยลดน้ำหนักกันค่ะ ใครที่อยากผอมห้ามพลาดกันนะคะ

1,

จัดการอย่างไรเมื่ออายุมากขึ้นระบบเผาผลาญกลับทำงานลดลง
คนเราเมื่ออายุมากขึ้นน้ำหนักตัวก็มักมากขึ้นตามอีกทั้งยิ่งหากออกกำลังกายน้อยลงก็ย่อมทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานลดลงด้วย ทำให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายจึงมีรูปร่างที่หนาชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น หมั่นบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น ด้วยการหันมาออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อดีไหมคะ พร้อมกันนี้ การออกกำลังกายยังช่วยควบคุมเรื่องการเพิ่มของน้ำหนักตัวให้เป็นไปตามช่วงอายุและวัยได้อย่างสมส่วนถูกต้องอีกด้วย

ไขข้อข้องใจทำไมบางคนกินเยอะรูปร่างกลับไม่อ้วน
สาวๆ หลายคนอาจจะเห็นว่าทำไมบางคนกินเยอะ กินเก่งกว่าเราแต่ทำไมรูปร่างกลับยังดีอยู่ ทำไมไม่อ้วน น้ำหนักแลดูไม่เพิ่มขึ้นเหมือนเรา ทั้งที่บางทีเรากินนิดเดียวแต่น้ำหนักกลับพุ่งพรวด แท้จริงแล้ว นั่นอาจเป็นเพราะพฤติกรรมการเลือกทานอาหารของผู้คนเหล่านั้นที่เน้นทานแต่อาหารแคลอรี่ต่ำก็เป็นได้ เพราะอาหารเหล่านี้มักมาพร้อมประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ทำให้อ้วนแต่อย่างใดแน่นอน

อีกทั้งการขยับเขยื้อนร่างกายโดยการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายอยู่เป็นประจำก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่อ้วน เพราะระบบการเผาผลาญแคลอรี่ยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา คนที่ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวบ่อยๆ สังเกตได้เลยว่ามักจะไม่อ้วนง่าย แม้กินเยอะเท่าใดก็ตาม นั่นเพราะร่างกายได้เผาผลาญตลอดเวลานั่นเอง ดังนั้น สาวๆ ควรหันมาทานอาหารแคลอรี่ต่ำเข้าไว้และหมั่นออกกำลังกาย หรือขยับเคลื่อนร่างกายบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานตลอดวันดีไหม เท่านี้ก็จะสามารถควบคุมเรื่องน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้นได้แล้ว

 

 

 

อบรมแต่งหน้าครั้งที่ 3

10

                  วันนี้มีการจัดอบรมเรื่องการแต่งหน้าอีกแล้ว ทางบริษัท สอบถามความสนใจในการเข้าร่วมอบรม ฉันรีบตอบรับ กรอกใบสมัครการอบรมการแต่งหน้าทันที นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ฉันได้สมัครเข้ารับการอบรมการแต่งหน้า จากครั้งแรกที่ลองไปสมัคร ไม่ค่อยสนใจ หลังจากเข้ารับการอบรมแล้วมีความรู้สึกว่า การแต่งหน้า เป็นสิ่งที่เราผู้หญิงทุกคนควรเรียนรู้ เพราะมีประโยชน์ในการเสริมสร้างบุคลิกภาพมาก นำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้ตลอดชีวิตเลยทีเดียว ไปอบรมแล้ว นึกว่าจะหมดคอร์สแล้ว พอมีการอบรมครั้งที่สองก็เข้าอบรมอีก ถึงเรียนรู้ว่า การแต่งหน้า มีเคล็ดลับไม่สิ้นสุด มีเทรนด์แฟชั่นเข้าใหม่ตลอดเวลา

ดังนั้น เดี๋ยวนี้ แค่ได้ยินว่าจะมีการอบรม ฉันจะรีบสมัครด่วนทันที โดยรอบนี้เป็นการสอนเคล็ดลับการแต่งหน้าจากบริษัทเครื่องสำอาง ซึ่งสำหรับโครงการจากบริษัท ฉันเพิ่งสมัครไปครั้งแรก เนื่องจากสองครั้งที่ผ่านมา มักจะเป็นจากสมาคมรุ่นพี่มหาวิทยาลัยที่มีโครงการสอนน้องแต่งหน้าฟรี แต่รอบนี้เป็นบริษัทจากนอกมหาวิทยาลัยที่มีโครงการประชาสัมพันธ์ความรู้วิธีการแต่งหน้าที่ถูกขั้นตอน โดยติดต่อผ่านสาขาวิชาที่พวกฉันได้เรียน ฉันเคยได้ยินเพื่อนของฉันเคยเล่าให้ฟังว่าทางบริษัทมีโครงการอบรมอย่างนี้ปีละครั้ง และถ้าจะเข้าอบรม ต้องเตรียมเงินด้วย เพราะท้ายการอบรมแล้ว เราจะอดใจไม่ได้ เนื่องจากทางบริษัทจะมีการแนะนำผลิตภัณฑ์จากทางบริษัท และมีส่วนลดเปอร์เซนต์เกือบห้าสิบเปอร์เซนต์ เพื่อเป็นแรงจูงใจ จากที่ไม่อยากซื้อ อาจเปลี่ยนใจซื้อได้ทันที ฉันฟังแล้วก็คิดว่า เตรียมเงินแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น คงไม่มีอะไร เพราะตั้งใจเข้าไปรับฟังการอบรมด้านแต่งหน้าอย่างเดียว ชุดเครื่องสำอางต่างๆ ฉันก็ชอบซื้อของตามร้านทั่วไปที่ราคาไม่แพง ไม่เน้นยี่ห้อของสินค้า เพราะเงินในกระเป๋าไม่ค่อยจะมีนัก

พอถึงเวลาเข้ารับการอบรม ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ทางบริษัทนำเจ้าหน้าที่มาอบรมการแต่งหน้าโดยเฉพาะ สอนตั้งแต่การเลือกรองพื้น ที่ควรเลือกรองพื้นตามชนิดผิวหน้าเรา ไม่ใช่นำของแม่ หรือพี่น้องใช้เบอร์อะไร ก็ใช้อันเดียวกันหมด เพราะแทนที่จะแต่งหน้าแล้วดูดีขึ้น จะกลายเป็นแก่ก่อนวัยอันควรได้ทันที หากรู้จักเลือกรองพื้นดีๆ จะทำให้ผิวหน้าเราดูกลมกลืน ป้องกันริ้วรอย และความหมองคล้ำได้อย่างดี และแนะนำการปัดแก้ม ให้รู้จักเลือกสีของบลัชออน สีลิปสติก อายแชโดว์ให้เข้ากัน ดูความสมดุลบนใบหน้าให้ดี ไม่มากไม่น้อยในส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป

การเลือกใช้สีอายไลน์เนอร์ตามอายุ เพราะบางคนใช้อายไลน์เนอร์สีดำตอนอายุ 20 จะมาใช้แบบเก่าเป็นสีเดียวกันตอนอายุ 35 ไม่ได้ เพราะหากเรามีอายุมากขึ้นอาจลองเปลี่ยนมาใช้โทนสีน้ำตาลแทน เพื่อไม่ให้ดูหนักเกินไป ไม่เน้นริ้วรอยชัดเจนเหมือนกับการใช้สีดำ รวมถึงการเลือกใช้บรอนเซอร์ ที่เป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติขึ้น ควรเลือกใช้สีที่เข้ม มืดกว่าผิวเราสัก 2 เฉด ตรวจสอบความเข้มของบรอนเซอร์เมื่อกระทบแสงสว่างด้วย เพื่อจะให้การเลือกใช้บรอนเซอร์เหมาะสมทั้งในในห้อง และกลางแจ้ง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้สอนเคล็ดลับต่างๆ เรื่องการแต่งหน้าอย่างดีแล้ว ก็มีการสาธิตและใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของบริษัทเพื่อแต่งหน้าให้กับคนที่ทดลองแต่งหน้า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สาธิตการแต่งหน้าเสร็จ

ปิดท้ายของการอบรม มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องสำอางไว้สำหรับแต่งหน้าจากทางบริษัทในราคาที่มีส่วนลดทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นมาสคาร่า แป้งพัฟ ลิปสติก ลิปกลอส พู่กัน บลัชออนหลากหลายสี อายแชโดว์ครีมกันแดด โทนเนอร์ ครีมบำรุงผิวหน้า กลางวันและกลางคืนน้ำยา เยอะแยะมากมาย เป็นอย่างที่เพื่อนฉันบอกจริงๆ ผู้เข้ารับการอบรมเกือบทุกคนต่างซื้อกันคนละชิ้นสองชิ้น แม้แต่ฉันเอง ซื้อไปซื้อมา หมดเกลี้ยงเท่าที่พกเงินมาในกระเป๋า แล้วด้วยความบังเอิญอบรมกับเพื่อนในวิชาเอกด้วย เงินไม่พอ ก็ต้องยืมเพื่อนที่น่ารักไปตามระเบียบ สรุปก็มีนอกจากได้เครื่องสำอางแล้ว ยังมีหนี้ที่ต้องชำระผู้กพันจากการควบคุมใจตัวเองไม่ได้ด้วยค่ะ

 

แต่งหน้า 3 สไตล์

ครอบครัวของฉันมีทั้งหมด 5 คนคือ คุณพ่อ คุณแม่ ฉันเป็นพี่สาวคนโต และน้องสาวสองคน น้องสาวคนรองกำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 และน้องสาวคนเล็กกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใครๆ ที่รู้จักครอบครัวของฉันมักจะบอกว่า สามพี่น้องครอบครัวนี้มีบุคลิกแตกต่างกันไปทั้ง 3 คนฉันเป็นแนวเรียบๆ ไม่เคยแต่งหน้าเลย ทาแป้ง กับลิปมันเท่านั้น แต่งตัวธรรมดา ไม่ค่อยได้ไปไหน หลังจากทำงานก็กลับบ้าน  ฉันทำงานในโรงงานมาม่า เป็นฝ่ายบัญชีของโรงงาน อยู่แต่ในโรงงานทั้งวัน กลับบ้าน 5 โมงเย็นทุกวัน หลังจากกลับบ้าน ฉันก็ชอบอยู่แต่ในบ้าน อาจเพราะมีความรู้สึกล้าจากการทำงาน จึงรู้สึกอยากพักผ่อนอยู่บ้าน ว่าไปก็เหมือนเป็นนิสัยของฉัน เพราะปกติสมัยเรียน ฉันก็ไม่ค่อยได้ไปไหน ไปเรียนเสร็จก็กลับหอพัก

ชีวิตประจำวันจะเป็นอย่างนี้ตลอดจึงติดมาถึงตอนทำงาน ด้วยความที่ฉันไม่ค่อยได้ ไปเที่ยวตามตลาดหรือไปไหนเลย ทำให้บางคนอาจจะไม่รู้จักฉัน เข้าใจว่าฉันทำงานอยู่ในเมือง ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ทั้งๆ ที่ฉันก็ทำงานแถวบ้าน ไปกลับบ้านทุกวัน ส่วนน้องสาวคนรองของฉัน เรียนมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด กลับบ้านอาทิตย์ละครั้ง แต่เมื่อกลับบ้านทุกครั้ง จะมีเพื่อนมารับและพาไปเที่ยวตลาด หรือออกไปข้างนอกเสมอ ชอบแต่งหน้า แต่งตัวเก่ง มีความมั่นใจในการแต่งตัวมาก เพราะถึงแม้น้องสาวคนรองจะมีรูปร่างที่ค่อนข้างอ้วน แต่ก็มีความมั่นใจในการแต่งตัว มักชอบแต่งตัวเสื้อผ้าสีสดใส อย่างเรื่องการแต่งหน้า เป็นคนที่แต่งหน้าเก่งมาก คำว่าเก่งของฉัน คือเก่งกว่าฉัน น้องสาวของฉันจะรู้ว่าตอนนี้เขาฮิตแต่งหน้าเทรนด์ไหน เช่น เทรนด์เกาหลี เทรนด์ต่างๆ ที่เข้ามาตามแต่แฟชั่น เวลากลับบ้าน

น้องของฉันมักนำเอาชุดแต่งหน้าชุดใหญ่กลับมาด้วยเสมอ เพราะเวลาว่าง น้องสาวจะรับงานพิเศษช่วยแต่งหน้าให้กับคนรู้จัก อาจจะเป็นงานเลี้ยงต่างๆ ที่ต้องการรับคนแต่งหน้า หรือแม้แต่งานโรงเรียน เวลามีกิจกรรมที่โรงเรียน หากตรงกับวันปีใหม่ มีกิจกรรมต่างๆ ต้องแต่งหน้าให้กับนักเรียน โรงเรียนก็จะติดต่อให้น้องสาวแต่งหน้าให้กับนักเรียนเสมอ สำหรับน้องสาวคนเล็กที่กำลังเรียนมัธยม ก็ไม่ค่อยได้แต่งหน้าเท่าไหร่นัก  ถ้าเปรียบว่าฉันได้แต่งหน้าทาแป้ง กับทาลิปมัน น้องสาวคนเล็ก คงทาแป้งเด็กอย่างเดียว แต่งหน้าน้อยสุดภายในบ้านแล้ว เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเที่ยว แต่จะชอบเล่นกีฬามาก ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน กลับบ้านเวลาสี่โมงครึ่ง ก็จะกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปเล่นวอลเล่ย์บอลเกือบทุกวัน น้องคนเล็กจึงมีรูปร่างที่สมส่วน ไม่อ้วน และการรับประทานอาหารจะชอบทานน้ำผลไม้ปั่นมาก หลังจากเล่นกีฬา มักจะชอบทานน้ำผลไม้ชนิดต่างๆ ชอบการทานผักผลไม้ นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่น้องคนเล็กดูเป็นคนที่มีผิวพรรณดีที่สุดในบรรดา 3 พี่น้อง เวลามีกิจกรรมที่โรงเรียน ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาของโรงเรียนแทบทุกครั้งก็ว่าได้

พวกเรา 3 พี่น้องอย่างที่เล่าให้ฟังแต่แรกว่ามีบุคลิก 3 สไตล์ การแต่งหน้า แต่งตัว ความเป็นอยู่คนละแบบ แต่พวกเรา 3 คนก็จะมีความสนิทกันมาก อาจจะด้วยคุณแม่ปลูกฝังพวกเรามาตลอดว่าไม่ว่าจะอย่างไร ให้มีความรักต่อกัน และดูแลกันและกันเพราะมีกันแค่ 3 พี่น้อง ฉันจึงสบายใจว่า น้องๆ จะเชื่อฟังฉันเสมอ เวลาที่ฉันตักเตือนในเรื่องต่างๆ น้องๆ มักจะเรียกว่าฉันเป็นคุณแม่คนที่ 2 เพราะอาจจะเป็นแนวชอบบ่น เวลาเห็นอะไรไม่เรียบร้อย เพราะน้องสาวคนรองเวลาเพื่อนมารับ ด้วยความที่ชอบแต่งตัว แต่งหน้า พอรีบๆ เมื่อใช้งานเสร็จก็มักจะเก็บของไม่เข้าที่ไม่เรียบร้อย ฉันจึงต้องเป็นคุณแม่จำเป็นตลอดเวลา แต่ก็อย่างว่า ถึงอย่างไรก็ตามพวกเรา 3 คนก็จะรู้กันดีว่า จะมีความเห็นต่างกันอย่างไร หรือมีการเถียงบ้าง อะไรบ้าง แต่ท้ายแล้วพี่น้องอย่างพวกเราก็มีความห่วงใยกันและดูแลกันและกันเสมอค่ะ

 

 

 

เมื่อต้องสอนแต่งหน้า

8

วันนี้ในกลุ่มพวกเราปีที่ 4 ได้มีการจัดกิจกรรมการอบรมการแต่งหน้าให้กับน้องๆ โดยขั้นตอนแรกได้ทำแบบสำรวจเพื่อต้องการทราบความสนใจในการอบรมการแต่งหน้าจากพี่ๆ อย่างพวกเรา ผลปรากฏว่า น้องๆ สนใจเยอะมากๆ แต่จัดอบรมได้รอบละไม่เกิน 30 คนเท่านั้น เพราะจะมีการทดลองฝึกปฏิบัติการแต่งหน้าด้วย หลังจากแจ้งให้กับน้องๆ ที่สมัครเข้ารับการอบรมในชุด 30 คนแรกได้ทราบสถานที่การอบรมการแต่งหน้าแล้ว พวกเรา รุ่นพี่ก็จัดกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม เพื่อหมุนเวียนกับอบรม จำนวน 4 รุ่น เพื่อให้มีการจัดโดยพี่ๆ ทุกคน

โดยรุ่นแรกนี้ ที่นั่งมาเต็มที่นั่ง ไม่มีใครขาดสักคนเดียว หัวข้อแรก จะมีการแนะนำจากรุ่นพี่อย่างพวกเราว่า เราจะแต่งหน้าเพื่อลบเลือน ปกปิดรูขุมขนกว้างได้อย่างไร น้องๆ นั่งฟังกันตาแป๋วเลยทีเดียว หลังจากที่เกริ่นให้น้องๆ ฟังถึงความสำคัญของการแต่งหน้า ที่มีประโยชน์อย่างมากมายแล้ว ทั้งไว้สำหรับส่งเสริมบุคลิกภาพ ในการสมัครงานซึ่งทุกคนจะต้องเจอบรรยากาศการสัมภาษณ์งานแรกอย่างแน่นอน ซึ่งถึงตอนนั้น การสัมภาษณ์งานเป็นองค์ประกอบหนึ่ง และอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ บุคลิกภาพโดยรวม การแต่งหน้า และแต่งกาย ให้ดูดี

สำหรับหัวข้อ การปกปิดรูขุมขนกว้างได้อย่างไรนั้น ได้แนะนำตั้งแต่การเริ่มสครับหน้าก่อนก่อนการแต่งหน้า เพื่อให้สิวเสี้ยนหายไปจากหน้าก่อนการแต่งหน้า และแนะนำให้มาร์กหน้าด้วยชาเขียว เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองของผิว ลดอาการอักเสบของสิว จะได้ผลได้ดี และแนะนำให้รุ่นน้องไม่ควรลืมการลงไพรเมอร์ทั่วใบหน้าก่อนทารองพื้น ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญ เพื่อเป็นการเสริมประสิทธิภาพการแต่งหน้า

รุ่นพี่อย่างพวกเรา เตรียมอุปกรณ์การทดลองแต่งหน้า ทั้งเครื่องสำอาง ไพรเมอร์ อายแชโดว์ ครีมรองพื้น แป้งฝุ่น ลิปสติก บลัชออน และอุปกรณ์ ตั้งแต่พู่กันหลายขนาด ที่ดัดขนตา มาสคาร่า พู่กันทาลิปสติก ที่ปัดแก้ม สำลี ผ้าเช็ดหน้าสีขาว พัฟแต่งหน้า หลังจากเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ได้แจ้งให้รุ่นน้องได้ทดลองการแต่งหน้าง่ายๆ ด้วยตนเองตามขั้นตอนวิธีที่พวกเราได้อบรมเบื้องต้น ดูน้องๆ สนุกกันใหญ่ บางคนเลือกสีลิปสติกสีดำ ในการทำสีลิปสติกในการทดลอง เมื่อพวกเราได้เห็น ก็จะแนะนำข้อผิดพลาดของการแต่งหน้าเป็นรายกรณีไป บางคนทาบลัชออนเป็นวงกลม สีชมพูแจ๊ด ดูเป็นการแต่งหน้าจัดไปเลย ก็จะต้องทำความเข้าใจในการทาบลัชออนให้ถูกวิธี การกรีดตาด้วยไอน์ไลเนอร์ ส่วนใหญ่จะกรีดตาไม่ค่อยเป็น และจะกรีดตาเลอะ แนะนำให้น้องๆ ค่อยกรีดตา อย่ารีบเพราะอาจมีผลกับดวงตาได้ ระวังการปัดมาสคาร่า อาจจะปัดเฉพาะตาบน เพราะป้องกันอาการเลอะจากการปัดมาสคาร่าในส่วนขนตาล่าง สนุกสนานและมีความสุขทั้งน้องๆ และพี่ๆ อย่างพวกเราที่ตั้งใจอบรมให้น้องๆ มีพื้นฐานความรู้ก่อนสมัครงานในขั้นตอนต่อไป

 

นางฟ้าจำแลงแต่งหน้า

7

                   ที่มหาวิทยาลัยจัดงานบายเนียร์วันนี้ เป็นการจัดงานเพื่อพี่ๆ ปีที่ 4 ที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัย กลุ่มของฉันก็เลยคิดรูปแบบการแต่งตัวแฟนซีในการร่วมงาน คิดไปคิดมา ว่าจะทำอย่างไรให้แต่งตัวดูแปลกกว่าคนอื่น สักพักก็เกิดไอเดียว่า แต่งหน้าเป็นนางฟ้าจำแลง 5 สไตล์กันดีกว่า เพราะกลุ่มของฉันมี
5 คน พวกเราตกลงกันว่า จะแต่งแฟนซีเป็นนางฟ้า ชุดคนละสี และต้องแต่งหน้าคนละสไตล์  และเพื่อเป็นการประหยัดเพื่อนในกลุ่มฉันตกลงกันว่า จะไปขนชุดแต่งหน้าเจ้าสาวของญาติๆ ของเพื่อนในกลุ่ม มาใช้ในวันงาน เพราะกะว่าจะแต่งหน้ากันเอง เพราะมีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง แต่งหน้าเก่ง แต่งหน้าเวลาไปเรียนเป็นประจำ

แล้วข่าวดีก็เกิดขึ้นสำหรับพวกเรา คุณน้าของเพื่อนที่เป็นเจ้าของชุดแต่งหน้าชุดใหญ่จะมาช่วยแต่งหน้าฟรีให้กับพวกเรา พวกเราตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะทุกคนรู้ว่าคุณน้าแต่งหน้าสไตล์เจ้าสาวสวยมากๆ เพราะเพื่อนมักนำเรื่องราวที่คุณน้าแต่งหน้าเจ้าสาว แล้วนำรูปสวยๆ ของลูกค้าที่สวยๆ มาให้ดูตลอด เมื่อถึงวันงานที่จัดในตอนกลางคืน พวกเรา 5 สาวแก๊งค์ชะชาช่า ไปเช่าชุดนางฟ้า 5 ชุด กับร้านข้างๆ มหาวิทยาลัย ราคาไม่แพงมากนัก มีลักษณะเป็นชุดนางฟ้าในหลากหลายสไตล์ ตอนแรกที่ร้านเขามีบริการแต่งหน้าให้ด้วย แต่ด้วยความที่พวกเรามีคุณน้าของเพื่อนช่วยมาแต่งหน้าให้แล้ว จึงปฏิเสธไป และตกลงเช่าชุดอย่างเดียว

เมื่อพวกเราแต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อย ก็เรียงคิวเข้ารับการแต่งหน้าชุดนางฟ้าจำแลง คุณน้าใช้เวลาต่อหนึ่งคน ราวสี่สิบนาที ไม่นานนัก โดยคนแรกเป็นชุดนางฟ้าจำแลงแนวสดใสสีขาวบริสุทธิ์ คุณน้าก็แต่งหน้าให้สไตล์เจ้าสาวใสๆ น่ารักดี เพื่อนคนที่ 2 แนวนางฟ้าที่ดูสง่า ชุดสีเหลืองอร่าม คุณน้าก็แต่งหน้าซะ ดูสง่าเหมือนเป็นเจ้าหญิง คนที่ 3 แนวนางฟ้าดูซุกซน ชุดโทนสีทอง แต่งหน้าแนวเด็กๆ น่ารักๆ ถือไม้คฑาประดับด้วยดาวสีเงิน คนที่ 4 แนวนางฟ้าที่มีความมั่นใจ ชุดสีเงิน แต่งหน้าเข้ม ลิปสติกสีแดงสด คนที่ 5 แนวนางฟ้าคุณแม่ แต่งหน้าแนวผู้ใหญ่ๆ เหมือนคุณแม่ฉันเอง

นางฟ้าจำแลงอย่างพวกฉันมี 5 สไตล์ แต่งหน้าคนละแบบ ด้วยช่างแต่งหน้า คือ คุณน้า ที่ให้ความกรุณามาแต่งหน้ากับพวกเรา เวลาหกโมงพอดี พร้อมกับที่พวกเราทุกคนแต่งหน้า และแต่งตัวเป็นนางฟ้าจำแลงเสร็จเรียบร้อย ทีนี้ต่างก็ถ่ายรูป ถ่ายเล่นกัน ไม่รู้กี่รูป นับไม่ได้ คงจะเยอะ เพราะถ่ายกันเกือบชั่วโมงเหมือนกัน ระหว่างรอเวลานัดประมาณหนึ่งทุ่มของงานบายเนียร์ เสียงนาฬิกาเตือนเวลาทุ่มนึง พวกเรา 5 สาวในลุคนางฟ้าจำแลงวันนี้ต่างสำรวจการแต่งหน้าซับเพื่อเติมใบหน้ากันและกันด้วยแป้งฝุ่น แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปงานบายเนียร์ ต่างก็คุยกันว่า จะมีใครแต่งชุดนางฟ้าจำแลงอย่างพวกเราบ้างเนี่ย !

 

เคล็ดลับแต่งหน้า

Make-up, applying mascara

Make-up, applying mascara

วันนี้รอดูรายการ “มือใหม่หัดแต่งหน้า” เวลา 9 โมงเช้า ฉันดูในโฆษณาระหว่างละครเย็นวันก่อน ดูพิธีกรเกริ่นนำเกี่ยวกับรายการแล้วน่าสนใจ รู้สึกว่าให้ติดตามเคล็ดลับการแต่งหน้าให้ได้ในรายการ วันเสาร์ เวลา 9 โมง ทางช่องทีทีวี ฉันจึงบันทึกใส่ไดอารี่กันลืม และก็ไม่ลืม เพราะขณะนี้ฉันกำลังอยู่หน้าจอทีวีรอรายการที่แนะเคล็ดลับดีดี พร้อมด้วยปากกาและไดอารี่เฉพาะกิจบันทึกลับการแต่งหน้าของวัยรุ่นอย่างฉัน
เวลา 9 โมง รายการก็เข้าฉาย พิธีกรทักทายกับผู้ชม สักสิบนาที พิธีกรวันนี้แต่งหน้าดูหนามาก ไม่สวยเหมือนทุกวัน มาเฉลยกลางรายการว่า วันนี้ที่แต่งหน้าหนา แล้วทำให้ดูเปลี่ยนไป เพราะต้องการจะสื่อถึง การแต่งหน้าที่ผิดพลาดไป โดยสรุปข้อผิดพลาดที่ผู้หญิงหลายๆ คนมักจะปฏิบัติและทำให้แต่งหน้าได้ไม่สวย โดยเริ่มต้นกล่าวถึง ความผิดพลาดของการลงรองพื้นหนาเกินไป เพราะแทนที่จะปกปิดริ้วรอย จะกลายเป็นการเน้นร่องรอยใบหน้าให้ลึกขึ้น และถ้าทารองพื้นที่สีสว่างมากเกินไป จะทำให้หน้าตาจะดูซีดเซียวเกินไป แทนที่จะสวยขึ้น กลับดูซีด เหมือนคนไม่สบายไป

สำหรับข้อควรระวังต่อไป คือเรื่องการทาแป้ง ระวังไม่ควรทาให้หนาเกินไป เพราะการที่เราใช้แป้งโปะหน้ามากเกินไป จะทำให้หน้าดูแห้ง และแก่ขึ้น การเขียนคิ้วก็เช่นกัน การเลือกดินสอเขียนคิ้ว ควรเลือกใช้สีอ่อนกว่าสีผม เพราะหากเข้มกว่าจะทำให้กลายเป็นผู้หญิงที่ดูมีอายุแก่ขึ้น

พิธีกรยังกล่าวถึง การใช้คอนซีลเลอร์ไม่ควรจะใช้มากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา เห็นชัดขึ้น ดูมีอายุมากกว่าขึ้นกว่าเดิม และไม่ควรลืมการปัดบลัชออนบนแก้มด้วย เพราะหากแต่งหน้าแล้ว ไม่ได้ปัดบลัชออนจะทำให้หน้าตาโทรม ไม่สดใส เหมือนวัยรุ่น การใช้สีในการปัดบลัชออน ควรปัดจากโหนกแก้มไปสู่กกหู จะดีกว่าปัดโดยรูปแบบอื่น และยังได้ให้คำแนะนำในการทาลิปสติก ว่าควรใช้พู่กันในการทาลิปสติก ไม่ควรเลือกใช้สีโทนเข้มมากเกินไป เพราะจะทำให้ดูเป็นหญิงสาวมีอายุกว่าอายุจริง

แล้วจึงฉายการสาธิตการแต่งหน้าประกอบการบรรยายในรูปแบบที่เมื่อแต่งหน้าไม่ถูกต้อง หน้าตาแทนที่จะสวย ดูดี กลับกลายเป็นหน้าตาดูมีอายุเพิ่มกว่าเดิมอีก 10 ปี นอกจากนี้มีคลิปตัดไป นำเสนอช่างแต่งหน้าชื่อดัง ในการให้เคล็ดลับการแต่งหน้าต่อท่านผู้ชม ช่างแต่งหน้าได้กล่าวหลักสำคัญของการแต่งหน้าว่า การแต่งหน้าควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าแต่งหน้าเพื่อไปในงานลักษณะใด หากเป็นงานเลี้ยง ก็อีกแนวหนึ่ง แต่งหน้าเจ้าสาว ก็อีกรูปแบบหนึ่ง และแต่งหน้าให้ดูเป็นเด็กกว่าเดิม ก็ต้องแต่งหน้าอีกแนวหนึ่ง

ฉันนั่งจ้องทีวี ดูรายการ ฟังเคล็ดลับการแต่งหน้าของมือใหม่แล้วก็จดบันทึกในไดอารี่ ทุกข้อที่ได้รับความรู้ และขีดเส้นใต้ กับหลักสำคัญที่ว่า “แต่งหน้าเพื่อไปงานลักษณะอย่างไร” “เน้นวัยใด” เพื่อเป็นข้อมูลในการเป็น “มือใหม่หัดแต่งหน้า” กับเขาบ้างค่ะ