เมื่อคุณแม่แต่งหน้า

5

ฉันนั่งอยู่หน้ากระจก ดูหน้าตาตัวเองเพิ่งตื่นนอน หน้ามันมาก รูขุมขนก็กว้าง ผมฟู ดูหน้าตาและสภาพตนเองในกระจกแล้วก็หันไปมองคุณแม่ของฉันที่ยังนอนอยู่ หน้าของคุณแม่เกลี้ยงเกลา หน้าเนียน ใสกว่าฉันมาก ใครๆ ก็ว่าฉันเหมือนพ่อมากกว่าแม่ เพราะตอนเด็กๆ คุณแม่พาฉันไปตลาด ใครๆ ก็ไม่คิดว่าฉันจะเป็นลูกสาว เพราะหน้าตาผิวพรรณไม่เหมือนกันเลย ฉันผิวคล้ำเหมือนพ่อ คุณแม่จะมีผิวขาว และเวลาไปไหนมาไหน ท่านจะแต่งหน้าทำผมเก่ง สวยตลอดในความรู้สึกฉันคือ คุณแม่แต่งหน้า และแต่งตัวเก่ง เพราะเห็นมีแต่คนชมคุณแม่ทั้งนั้นเลยว่าสวยๆ ตลอด ตอนนั้นฉันยังเด็กๆ อายุราวสิบกว่าขวบได้ เมื่ออายุฉันเป็นวัยรุ่นราวสิบแปดปี เวลาคุณแม่ไปส่งฉันที่มหาวิทยาลัยครั้งแรกตอนมอบตัว ใครๆ ต่างก็ทักว่าพี่สาวมาส่งน้องสาว ฉันอดชื่นชมคุณแม่ในใจไม่ได้ แอบภูมิใจเล็กๆ ว่าคุณแม่สวย

นั่งนึกย้อนวัยไปในอดีต … ฉันนั่งหน้ากระจกสักพัก คุณแม่ก็ตื่นพอดี “ลูก วันนี้เราต้องไปบ้านคุณอาที่อยู่ต่างจังหวัดนะลูก ล้างหน้า ล้างตา อาบน้ำ แต่งตัวได้แล้ว” คุณแม่ลุกขึ้นจากที่นอนและบอกให้ฉันเตรียมตัวเพราะฉันต้องเป็นคนขับรถ (ตลอดค่ะ) ให้กับคุณแม่ยังสาว ถึงแม้อายุจะย่างเข้าสู่เลขห้าแล้ว ฉันจัดการเปลี่ยนชุด แล้วอาบน้ำ ออกมาแต่งตัว ทาแป้ง ทาลิปสติกเล็กน้อย เตรียมสัมภาระไปบ้านคุณอาที่ต่างจังหวัด แล้วมานั่งรอคุณแม่อยู่บนเตียง เพราะเอาเข้าจริง คุณแม่อาบน้ำหลังฉัน และอาบน้ำนานมาก หลังจากนั้นคุณแม่ถึงออกมาแต่งตัว และเมื่อแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จึงนั่งแต่งหน้า ฉันนั่งมองคุณแม่แต่งหน้าเพลินๆ คุณแม่ของฉันใช้รองพื้นไม่มากนัก ทาครั้งเดียว และคุณแม่ฉันใช้ไพรม์เมอร์ทาหน้าด้วย หลังจากนั้นจึงใช้คอนซีลเลอร์แต้มที่หัวตาและหางตา คุณแม่ทาไป ก็สอนฉันว่า คอนซีลเลอร์ที่ต้องทาที่หัวตาและหางตาเพราะจะปกปิดความหมองคล้ำ เพราะบริเวณนี้จะคล้ำกว่าส่วนอื่น จะทำให้รอบดวงตาสว่างขึ้น ดวงตาสดใสขึ้น และบอกฉันว่าถ้าจะแต่งให้ดูสดใส ให้เลือกอายแชโดว์สีอ่อนๆ เป็นธรรมชาติ แล้วคุณแม่จึงใช้บลัชออน โดยปัดบลัชออนทั่วพวงแก้ว ดูสีบลัชออนเข้ากับผิวทั้งแก้ม
ดูหน้าตาสดใส มีการเขียนคิ้วเติมคิ้วให้เต็ม จากที่ไม่ค่อยเห็นคิ้ว เพราะคิ้วคุณแม่บาง ก็เขียนคิ้วจนเห็นได้ชัดขึ้น  เขียนเติมช่วงขนคิ้วที่แหว่งจนดูคิ้วเข้ม หลังจากนั้นจึงทาลิปสติกสีแดง สีที่คุณแม่โปรด ชอบใช้ตลอด ตามด้วยลิปกลอสดูแวววาว และจบสุดท้ายคุณแม่ปัดมาสคาร่า ดูสีขนตางอนขึ้นมาทันที

คุณแม่แต่งหน้าไป ก็บรรยายการแต่งหน้า ทำให้ฉันมีความรู้เพิ่มขึ้น ฉันทำเป็นไม่สนใจ แต่ความจริงแล้วตั้งใจฟังเคล็ดลับแต่งหน้าที่คุณแม่พร่ำบอก ท่านบอกให้ฉันรู้จักเรียนรู้การแต่งหน้าบ้างเพราะจะเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ฉันก็รับคำไป ถึงจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ฉันก็เก็บรายละเอียดที่คุณแม่บอกตลอด เพราะฉันก็แต่งหน้าไม่เป็น แต่งทีไร เป็นลิงทุกที รอไปรอมา “คุณแม่ หนึ่งชั่วโมงผ่านไปแล้วค่ะ คุณแม่คนสวย” คุณแม่หันมาแล้วตอบกลับมาว่า “คุณลูก ก็เราจะไปเยี่ยมคุณอานี่จ๊ะ ปล่อยให้แม่สวยสักวันแล้วกันนะ” ฉันนึกในใจว่า คุณแม่ตอบว่าสวยสักวัน ก็เลยต้องรอ แอบคิดค้านอยู่ในใจว่า ปกติทุกวันเวลาไปไหนมาไหน ฉันก็ต้องรอคุณแม่อย่างต่ำสองชั่วโมงตลอดนี่นา ทำไงได้ล่ะก็คุณแม่ฉันสวยนี่นา

 

Leave a Reply