แต่งหน้า..สังสรรค์งานเลี้ยง

4

วันนี้ทางบริษัทของฉันจัดงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท มีการแจกรางวัลให้กับพนักงานบริษัท ที่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทได้ตั้งเกณฑ์เอาไว้ ปกติก็จะมีรางวัลประจำปี เช่น พนักงานบริษัทดีเด่นประจำแต่ละแผนก พนักงานตรงต่อเวลา และมีกิจกรรมมากมายที่ได้จัดไว้ในงานเลี้ยง แต่ที่ฉันรู้สึกตื่นเต้นคือ ฉันเพิ่งทราบจากหัวหน้าว่า ฉันได้รับคัดเลือกให้เป็นพนักงานบริษัทดีเด่นของแผนกที่ฉันทำงานอยู่ ตอนที่ทราบนั้น รู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะได้รับการคัดเลือก ก็แอบปลื้มเล็กน้อย กับการที่ทางคณะกรรมการที่คัดเลือกได้ใส่ใจพิจารณาให้ฉันได้รับรางวัลน่าปลื้มรางวัลนี้ เพราะปกติฉันก็ทำงานโดยไม่ค่อยไปสุงสิง หรือไปยุ่งกับงานคนอื่นเท่าไหร่นัก เป็นคนพูดไม่เก่ง คิดแต่ว่าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

วันที่หัวหน้าได้แจ้งข่าวดีมาให้ฉันทราบนั้น นอกจากจะบอกเรื่องที่ฉันได้รับรางวัลแล้ว หัวหน้ายังบอกให้ฉันแต่งตัวให้สวยที่สุด แต่งชุดโทนสีส้ม เพราะเป็นสีสัญลักษณ์ของแผนก แต่งหน้าให้เข้ากับชุด เลือกรองเท้าต่างๆ ให้เข้าชุดกัน ไปถามเพื่อนๆ ด้วยว่าแต่งหน้ายังไงให้เข้ากับชุดที่ใส่ไป หัวหน้ากำชับนัก กำชับหนา เพราะปกติฉันเหมือนเป็นยัยเฉิ่มของแผนกก็ว่าได้ ไม่เคยแต่งหน้าไปทำงานเลย มากสุดสำหรับฉันก็คือทาแป้งกับลิปมัน จนงานนี้หัวหน้าคงอดไม่ได้ที่จะเตือน เพราะเป็นหน้าตาของแผนก และคงอยากเห็นยายเฉิ่มอยากฉันในลุคใหม่ แบบในละคร อิอิ ฉันแอบคิดไว้ในใจว่าฉันไม่ใช่นางเอกนะคะท่านหัวหน้า ถึงฉันจะแต่งหน้าเลิศเลอยังไงก็ไม่รู้ว่าทั้งแผนกจะตกใจในความสวย หรือในความงงที่ว่า เอ๊ะ ยายนี่ ขนาดแต่งหน้าทาปากแล้วทำไมยังดูหน้าตาไม่พัฒนาเอาเสียเลย แป่ว! ฉันบ่นในใจไปเรื่อย เพราะไม่มั่นใจเลย ยิ่งหัวหน้ากำชับแบบนี้ก็ยิ่งไม่มั่นใจเข้าไปใหญ่

เงินเดือนเดือนนี้เกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ฉันได้รับ จึงหมดกับการหาชุดที่มีโทนสีส้ม รองเท้า เสื้อผ้า และฉันก็ไม่ลืมที่สรรหา ชุดแต่งหน้า ชุดใหม่ทั้งชุด เพราะฉันเห็นสภาพชุดแต่งหน้าอันเก่า แล้วเดาว่าน่าจะหมดอายุแล้ว ด้วยอย่างที่บอกว่า ไม่แต่งหน้ามาหลายปี นานมาก งานเลี้ยงทีไรก็กางเกงดำ เสื้อยืดแขนยาวตัวเก่งเหมือนเดิมตลอดทุกปี ปีนี้เป็นปีพิเศษหน่อยจึงถอนเงินเดือน จัดสรรจากเงินเดือนอันน้อยนิดเพื่อซื้อชุดแต่งหน้าเพิ่มเติมให้กับตัวเอง เผื่อจะสวย จนเจ้าชายในงานเห็นแล้วตะลึงขึ้นมาบ้าง

…และแล้วก็ถึงวันแห่งความสำคัญ วันจัดงานเลี้ยงประจำปีให้พนักงานบริษัททุกคน วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของฉันเลยทีเดียว ฉันจึงตื่นเต้นมาก เพื่อนแนะนำให้ไปแต่งหน้าร้านใกล้ๆ บริษัท ฉันก็จัดไป ไปร้านแต่งหน้าตั้งแต่บ่ายสาม หลังจากไปหาซื้อเครื่องประดับพวกต่างหู เข็มกลัดเรียบร้อยแล้ว ก็ไปร้านแต่งหน้าทันที พอเข้าไป พี่นาเจ้าของร้านก็เตรียมต้อนรับฉันแล้ว เพราะฉันได้โทรนัดล่วงหน้า เริ่มตั้งแต่ทำผมก่อน ฉันเกล้าผมขึ้นสูง พี่นาถักเปียทั้งสองข้างเปียผมจากข้างบนหน้าผากและเกล้าผมขึ้นสูง ใช้เวลาไม่นานราวครึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้แต่งหน้าต่อ พี่นาแต่งหน้าฉันตั้งแต่ทำความสะอาดของฉันด้วยสำลีบางๆ ใช้น้ำยาอะไรไม่รู้ เช็ดทำความสะอาดหน้า หลังจากนั้นจึงทาครีมเหนียวเหนอะหนะ บนหน้าของฉัน หรือว่าเขาเรียกกันว่าครีมรองพื้นหรือเปล่า

ฉันไม่แน่ใจเพราะฉันเคยฟังขั้นตอนการแต่งหน้าในทีวีแต่ด้วยความไม่ค่อยสนใจฟัง จึงจำไม่ได้ หลังจากนั้น ก็ทาครีมอีกสองชั้น แล้วจึงใช้แปรงอันใหญ่จุ่มบลัชออนสีชมพู ทาตั้งแต่โหนกแก้มเฉียงขึ้นไป หลังจากนั้นก็กันคิ้วของฉัน และเริ่มเขียนคิ้ว และจึงแต่งตา ดัดขนตา ทาอายไลน์เนอร์ ทาอายแชโดว์ แต่งตาของฉันนานมาก จนจบสุดท้ายแต่งตาของฉันด้วยการปัดมาสคาร่า ใช้แปรงปัดหน้าฉันไปมา ไม่รู้กี่รอบ หลังจากนั้น พี่นาก็ใช้ปากกาเขียนขอบปาก ใช้พู่กันอันเล็กจุ่มลิปสติกสีส้มทาที่ริมฝีปาก ฉันดูนาฬิกาดูเวลาการแต่งหน้าแล้วนานเป็นชั่วโมงเหมือนกันกว่าจะเสร็จ

“เสร็จเรียบร้อยแล้วจ้า ลืมตาได้แล้ว น้องคนสวย” พี่นากล่าวกับฉันหลังจากที่ต่างคนต่างเงียบ เพราะฉันก็นั่งหลับตา พี่นาก็แต่งหน้าไม่พูดไม่จาแต่งหน้าฉันอย่างตั้งใจ ฉันลืมตาขึ้นมา ยิ้มนิดหน่อย ปลื้มเล็กน้อยกับคำยอของพี่นา ถึงแม้ไม่แน่ใจว่า จะสวยเหมือนที่พี่นาพูดหรือเปล่า

“ขอบคุณค่ะ” ฉันลืมตาดูกระจก เห็นหน้าตัวเองจากการแต่งหน้าของพี่นา ก็แปลกใจตัวเอง ดูไม่เหมือนตัวเองเลย อาจด้วยฉันไม่เคยแต่งหน้ามาก่อน มองหน้าตาตัวเองในกระจกแล้วก็รู้สึกว่าการแต่งหน้าทำให้ดูเปลี่ยนไปจริงๆ “พี่นาคะ รอบหลังขอมาเรียนแต่งหน้ากับพี่นาบ้างนะคะ” ฉันกล่าวออกไป เพราะตระหนักเลยว่าการแต่งหน้านี้ทำให้หน้าตาดูเปลี่ยนไปจริงๆ ทีนี้ล่ะ วันนี้ฉันจะมีเจ้าชายที่เห็นเจ้าหญิงอย่างฉันไหมนี่… แอบลุ้นในใจเล็กน้อยค่ะ กับงานราตรียามค่ำคืนนี้

Leave a Reply